เป้าประสงค์ในการดำรงตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วิสัยทัศน์

“สร้างศักยภาพการแข่งขันและความยั่งยืนให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย”


พันธกิจ

  • สร้างการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในกลไกด้านการตลาด และด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของภาครัฐ
  • สะท้อนปัญหาในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจากภาคเอกชนในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด และระดับภูมิภาค สู่การแก้ปัญหาด้านการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความยั่งยืนในระดับประเทศ
  • ส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุน การแลกเปลี่ยนเครือข่ายด้านการตลาด และการพัฒนาระหว่างองค์กรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

แนวนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ในการนี้จะดำเนินนโยบายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ ภายใต้บริบทของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวม 11 ประการ คือ
  1. การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว

    จะเน้นให้เกิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทั้งประเภทธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และที่มนุษย์สร้างขึ้น รวมทั้งการบูรณะซ่อมแซม พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิมให้มีความสมบูรณ์ โดยจัดระบบแหล่งท่องเที่ยวเป็นกลุ่ม Cluster รวม 9 กลุ่มทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความหลากหลายและแตกต่างกัน โดยใช้เมืองหลักของแต่ละกลุ่มเป็นศูนย์กลางกระจายโอกาสของนักท่องเที่ยวไปยังหัวเมืองรองภายในแต่ละ Cluster

  2. การสนับสนุนให้เกิดการลงทุนภาคเอกชน

    ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน และนวัตกรรมในบริการและสินค้าทางการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพื่อรองรับการเปิด AEC โดยจะผลักดันให้มีมาตรการสนับสนุนต่างๆ อาทิ การจัดหาสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ การเข้าถึงแหล่งทุนและแหล่งเงินกู้ การให้สิทธิประโยชน์ในการสนับสนุนการลงทุนภาคเอกชนเพื่อการนี้เป็นต้น

  3. การพัฒนาการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว

    สนับสนุนและผลักดันแนวทางของรัฐบาลในการขยายเครือข่ายเส้นทางการคมนาคมทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ และทางรางให้เชื่อมโยงหัวเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อให้เกิดความสะดวก สบาย ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว และมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น รวมตลอดจนเสนอแนะแนวทางและประสานงานให้เกิดการใช้ประโยชน์จากท่าอากาศยานในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพ เสนอแผนงานการเชื่อมโยงระบบหลักทางรางของรัฐบาลไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในแต่ละ Cluster ประสานให้มีการเพิ่มสายการบินต้นทุนต่ำ โดยเชื่อมหัวเมืองหลักกับประเทศในภูมิภาค ASEAN และจีนตอนล่าง รวมทั้งให้มีการอำนวยความสะดวก การเข้า-ออก ของนักท่องเที่ยวตามแนวชายแดนต่างๆ

  4. การสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

    สนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การรวมกลุ่มผู้ประกอบการเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายของความร่วมมือ และการผลักดันให้เกิดการสร้าง Brand ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สนับสนุนการค้นคิดผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ โดยเชื่อมโยงกับนโยบายการพัฒนาสินค้า OTOP ของรัฐบาล การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว

  5. การสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย

    ร่วมมือกับภาครัฐในการประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของนักท่องเที่ยว และรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อให้เกิดความตระหนักในการต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ดีที่สุด สนับสนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้าไปมีส่วนร่วมรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว อาทิ การรณรงค์ด้านจรรยาบรรณการประกอบการ การติดตั้ง TV วงจรปิดภายในสถานประกอบการ และพื้นที่ใกล้เคียง การเชื่อมโยงข้อมูลเครือข่ายด้านความปลอดภัย รวมตลอดจนการผลักดันให้มีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนในการบริหารความเสี่ยงภัยที่คุกคามนักท่องเที่ยวทั้ง 4 ภัย คือ ภัยธรรมชาติ ภัยโรคระบาด ภัยการก่อการร้าย และภัยทางเศรษฐกิจ

  6. การพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

    เพื่อให้สามารถรองรับการแข่งขันจากการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่จะมีการอนุญาตให้เคลื่อนย้ายแรงงานมีฝืมือได้โดยเสรี โดยพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมกับกระทรวงแรงงาน ประกอบกับจะเร่งผลักดันให้มีการเทียบโอนคุณวุฒิวิชาชีพของบุคลากรให้เข้าสู่การศึกษาในระบบได้ นอกจากนี้จะสนับสนุนให้มีการส่งเสริมการพัฒนาความรู้ความสามารถของมัคคุเทศก์ในหลายภาษาที่เป็นความต้องการของประเทศ รวมทั้งผลักดันให้มีการประกาศเขตพื้นที่ท่องเที่ยวเฉพาะ ที่ต้องมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นไว้ให้บริการ เพื่อเปิดโอกาสการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับบุคลากรในต่างจังหวัด

  7. การพัฒนาผู้ประกอบการท่องเที่ยวและองค์กรท่องเที่ยวเอกชน

    ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านกลุ่ม ASEAN และมีศักยภาพเพียงพอในการใช้ประโยชน์จากการเปิดเขตเศรษฐกิจอาเซียน ทั้งในมิติของการเข้าไปลงทุนหรือร่วมลงทุนกับนักธุรกิจในกลุ่ม ASEAN หรือการสนับสนุนการให้มีการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกับนักธุรกิจในกลุ่ม ASEAN ให้มากขึ้น จะเน้นส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มภาคเอกชนในสาขาวิชาชีพ และรายพื้นที่ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้จะดำเนินการผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินการยังไม่ถูกต้องตามกฎหมายในหลายลักษณะ ได้มีโอกาสเข้ามาสู่ระบบที่ถูกต้องให้มากขึ้น

  8. การสร้างความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวกับต่างประเทศ

    โดยจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการประสานงานสร้างสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้าน ASEAN และประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยมากเป็นลำดับต้นๆ การประสานงานนี้จะหารืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ กรมเจรจาการค้า และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้มีการจัดทำข้อตกลงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศให้มากขึ้น ทั้งในจำนวนประเทศและเนื้อหาสาระของข้อตกลง เพื่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันให้มากขึ้น รวมทั้งพยายามหาทางขจัดอุปสรรค และยกเลิกข้อจำกัด ที่เป็นการปกป้องการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันให้หมดไป และผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน

  9. การส่งเสริมการตลาด ทั้งในและต่างประเทศ

  10. การสนับสนุนภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น

    สภาท่องเที่ยวฯ จะยังคงเน้นบทบาทการสนับสนุนกับภาคีเครือข่ายองค์กรเอกชนในการต่อต้านการคอรัปชั่นทุกรูปแบบ โดยจะดำเนินการทั้งการรณรงค์ผู้ประกอบการให้คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรมของวิชาชีพ รวมทั้งการเฝ้าจับตาดูกระบวนการที่อาจนำมาซึ่งเกิดการคอรัปชั่นอีกทางหนึ่งด้วย

  11. การพัฒนาองค์กรและสำนักงานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ

    ให้มีความเข้มแข็งทั้งด้านวิชาการ และการประสานงานกับสมาชิกสมาคมต่างๆ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานของสมาคมต่างๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของแต่ละสมาคม โดยเฉพาะสมาชิกที่อยู่ในส่วนภูมิภาค นอกจากนี้จะสนับสนุนการจัดตั้งสำนักงานสาขาของสทท. ในเขตพื้นที่ หรือจังหวัดต่างๆ ให้เพิ่มขึ้น เพื่อเสริมการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สรุป

ด้วยเป้าประสงค์และแนวนโยบายทั้ง 11 ประการ ทำให้มั่นใจได้ว่าอัตราการเติบโตด้านรายได้ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
จะขยายตัวได้มากกว่าร้อยละ 7 ต่อปี ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยกว่า 20 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งจะเป็นการยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยไปสู่มิติใหม่ได้ภายใน 3 ปี ซึ่งจะนำมาซึ่งการเพิ่มทั้งปริมาณและรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งการสร้างความแข็งแกร่ง และความเป็นหนึ่งเดียวของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วยการรวมตัวของภาคผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยการจัดสรรค์และการกระจายการบริหารอย่างทั่วถึง เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ