รายละเอียดโครงการ

หลักการและเหตุผล

       อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นสาขาเศรษฐกิจภาคบริการที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาและเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นแหล่งสร้างรายได้อันดับต้นๆ ของประเทศ และเป็นกลไกทางเศรษฐกิจสำคัญที่ก่อให้เกิดการจ้างงาน การสร้างอาชีพที่หลากหลาย การหมุนเวียนของรายได้ การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น รวมถึงความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในชุมชน ท้องถิ่น และภูมิภาคอย่างสมดุลและลดความเหลื่อมล้ำ ดังนั้น ทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 และ 11 จึงได้มุ่งเน้นบทบาทภาคเอกชนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศทั้งในส่วนของการเพิ่มสมรรถนะและขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ การเสริมสร้างความเข้มแข็งโดยการเพิ่มพูนทักษะและองค์ความรู้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความแตกต่างโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และนวัตกรรม (Innovation) มีส่วนสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนพื้นฐานของการปรับตัวเพื่อพร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกบนพื้นฐานศักยภาพของแต่ละกลุ่มพื้นที่ ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 97 เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการส่งเสริมศักยภาพทางธุรกิจของภาครัฐ รวมทั้งประสบปัญหาพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการ การส่งเสริมด้านการตลาด แหล่งเงินทุน คุณภาพบุคลากร และความชัดเจนของนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้านการท่องเที่ยว ทำให้การดำเนินธุรกิจต้องอาศัยการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก หัวใจสำคัญของการเสริมสร้างความเข้มแข็งของผู้ประกอบการในธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อให้แข่งขันได้ในระยะยาวนั้นจำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจและกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดทันต่อการเปลี่ยนแปลง มีการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาดทุกระดับโดยการนำนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดมูลค่าเพิ่มและสามารถเชื่อมโยงกับโอกาสทางการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


        นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในธุรกิจการท่องเที่ยวในแต่ละกลุ่มจังหวัดยังจำเป็นจะต้องสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวทั้งที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยให้มาเยือนซ้ำ (Repeat Visits) เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม จากข้อเท็จจริงพบว่า แม้กลุ่มจังหวัดการท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่ในเชิงภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ชุมชนและผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดการท่องเที่ยวยังมิได้พัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างหรือรับรู้ถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การลดลงของการมาเยือนซ้ำในระยะยาวได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในปี พ.ศ. 2015 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเริ่มต้นของบริบทการดำธุรกิจใหม่ที่เปิดให้มีการเคลื่อนย้ายทั้งบุคคลและสินค้า-บริการเสรีอย่างสมบูรณ์ตามข้อตกลงภายในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในด้านการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในกลุ่มพื้นที่ได้เห็นความสำคัญในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวในกลุ่มพื้นที่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มโดยใช้นวัตกรรมใหม่เชื่อมโยงการตลาดเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภาพรวมและในแต่ละกลุ่มจังหวัดให้สูงขึ้น ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2550 สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมผ่านโครงการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มพื้นที่ที่มีศักยภาพ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากผลการศึกษาของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในการพัฒนา SMEs รายสาขา (อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเป้าหมาย) โดยใช้แนวคิดของเครือข่ายวิสาหกิจใน 9 กลุ่มจังหวัด และกำหนดอัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของแต่ละกลุ่มจังหวัดที่ประกอบไปด้วยเรื่องราว (Story) ความโดดเด่น ลักษณะเฉพาะตัว และภาพลักษณ์ตราสินค้า ดังนั้น เพื่อผลการศึกษาจากโครงการดังกล่าว เกิดผลสัมฤทธิ์และก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม จึงควรจัดทำหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ภายใต้ “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวในกลุ่มพื้นที่” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้นวัตกรรมใหม่เชื่อมโยงการตลาดเพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้ประกอบการในธุรกิจการท่องเที่ยวได้รับความรู้ เกิดความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่มีอยู่ในชุมชนหรือท้องถิ่น และก่อให้เกิดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ทุกฝ่ายทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติให้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการในธุรกิจการท่องเที่ยวบนพื้นฐานของเอกลักษณ์ (Uniqueness) ในท้องถิ่นด้วยการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการนำเสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวจากผ่านเรื่องราวทางการท่องเที่ยว (Story) ที่มีความหลากหลายและนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวในแต่ละกลุ่มจังหวัด
2. เพื่อให้การวางแผนพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวในแต่ละกลุ่มจังหวัดสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน (Common theme with differentiations) สร้างการจดจำของตลาดทั้งทั้งภายในและต่างประเทศ และกระตุ้นให้เกิดการกระจายตัวนักท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ เพื่อกระจายรายได้อย่างทั่วถึงในแต่ละกลุ่มจังหวัด
3. เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบของธุรกิจการท่องเที่ยวใน 9 กลุ่มจังหวัดโดยอาศัยเรื่องราวทางการท่องเที่ยว (Story) อัตลักษณ์ (Identity) และเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Uniqueness) ของแต่ละกลุ่มจังหวัดเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำการตลาด (Market Appeal) ส่งผลให้ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มจังหวัดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี


ขอบเขตการศึกษา

1. ขอบเขตพื้นที่ศึกษา (Area of study) คือ กลุ่มจังหวัดทางการท่องเที่ยว 9 กลุ่มจังหวัด ดังนี้
1.1 กลุ่มจังหวัดภาคกลาง (นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี อยุธยา ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี กรุงเทพฯ)
1.2 กลุ่มจังหวัดชายทะเลตะวันตก (เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สมุทรสงคราม สมุทรสาคร)
1.3 กลุ่มจังหวัดชายทะเลตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด)
1.4 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล พังงา)
1.5 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง)
1.6 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน พะเยา)
1.7 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิษณุโลก)
1.8 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ หนองคาย)
1.9 กลุ่มจังหวัดภาคะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกศ อุบลราชธานี สุรินทร์)


2. ประชากร (Population) คือ บุคลากรของภาครัฐและเอกชน ตลอดจนบุคคลทั่วไปที่มีความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมในแต่ละกลุ่มจังหวัด ดังนี้
2.1 ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในแต่ละจังหวัด
2.2 ผู้แทนสมาคมการค้าในธุรกิจการท่องเที่ยว
2.3 ผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระดับจังหวัด
2.4 ผู้แทนสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระดับจังหวัด
2.5 ผู้แทนกระทรงวัฒนธรรมระดับจังหวัด
2.6 ผู้แทนสถาบันการศึกษาทางด้านการท่องเที่ยวและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
2.7 ผู้แทนองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (จังหวัด เทศบาล ตำบล)
2.8 ปราชญ์ชาวบ้าน และตัวแทนภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง


3. ประเด็นที่ทำการศึกษา ประเด็นที่ทำการศึกษาจะเน้นทางด้านอุปทาน (Supply Side) โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวต้นแบบ (Prototype) ซึ่งครอบคลุมถึงกลุ่มสินค้าและบริการในธุรกิจที่พัก ธุรกิจของที่ระลึก ธุรกิจสปาและบริการสุขภาพ และสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีขอบเขตของประเด็นที่ทำการศึกษา ดังนี้
3.1 อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ และภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของแต่ละกลุ่มจังหวัด
3.2 เรื่องราวและความโดดเด่นทางการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่
3.3 ศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัด
ทั้งนี้ การศึกษาของโครงการนี้จะใช้ข้อมูลจากผลการศึกษาของโครงการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มพื้นที่ที่มีศักยภาพในปี พ.ศ. 2550 มาพัฒนาต่อยอด โดยมีผลสรุปของการศึกษาโดยสังเขปดังนี้

 

ที่

กลุ่มจังหวัด

พื้นที่ที่ครอบคลุม

ภาพลักษณ์ตราสินค้า

แนวคิด

ตราสัญลักษณ์ (ไทย)

1

ภาคกลาง

นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี อยุธยา ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี กรุงเทพฯ

แหล่งอารยธรรมลุ่มเจ้าพระยา

(Glorious Chao Phraya)

 1

2

ชายฝั่งทะเลตะวันตก

เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สมุทรสงคราม สมุทรสาคร

แดนฝันทะเลวัง

(Royal Paradise) 

 2

3

ชายฝั่งทะเลตะวันออก

ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด

สีสันตะวันออก

(Dazzling Coast)

 3

4

ภาคใต้ฝั่งอันดามัน

ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล พังงา

มรกตอันดามัน

(Andaman Hideaway)

 4

5

ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

 

สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง

มนเสน่ห์เมืองใต้

(Zest of the South)

 5

6

ภาคเหนือตอนบน

เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน พะเยา

ถิ่นฟ้าล้านนาเมืองเหนือ (Serene Lanna)

 6

7

ภาคเหนือตอนล่าง

สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิษณุโลก

รุ่งเรืองเมืองมรดก (Splendid Siam)

 7

8

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ หนองคาย

แดนอัศจรรย์อีสานเหนือ (Spicy I-San)

 8

9

ภาคะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกศ อุบลราชธานี สุรินทร์

แดนตำนานอีสานใต้ (Mythical I-San)

 9

วิธีการศึกษา

ในการศึกษาครั้งนี้จะใช้วิธีการตามหลักการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Methodology) ประกอบกัน ดังนี้


1. การทบทวนวรรณกรรมเพื่อรวบรวมแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ประกอบด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ คือ
1.1 การศึกษาจากผลการศึกษาของโครงการวิจัยที่ผ่านมาและมีความเกี่ยวข้องโดยตรง คือ โครงการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มพื้นที่ที่มีศักยภาพ จัดทำโดยสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) โดยนำผลการศึกษาทั้งหมดมาวิเคราะห์ ปรับปรุงให้ทันสมัย และเชื่อมโยงสู่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบต่อไป
1.2 การศึกษาวิเคราะห์เอกสารเพิ่มเติม โดยทำการรวบรวมและประมวลข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นโยบาย แผนงาน โครงการ รายงานประจำปี รายงานการศึกษาวิจัย บทความวิจัยและบทความวิชาการจากวารสารวิชาการ เว็บไซต์

2. การระดมความคิดเห็นจากบุคคลกลุ่มต่างๆ ที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ด้วยการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นต่อแบบร่างผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวต้นแบบ (Sketch Design) ตลอดจนแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ (Technical Recommend) เพิ่มเติมผ่านกิจกรรม 2 ส่วนที่สำคัญดังนี้
2.1 การจัดประชุมกลุ่มเฉพาะ (Focus Group) ในแต่ละกลุ่มจังหวัดรวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง (ครอบคลุม 9 กลุ่มจังหวัด) ได้แก่
- ครั้งที่ 1 : จัดขึ้นที่จังหวัดลำพูน ครอบคลุมกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ น่าน ลำปาง ลำพูน พะเยา) และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง (สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิษณุโลก) วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555
- ครั้งที่ 2 : จัดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่น ครอบคลุมกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน (อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ หนองคาย) วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555
- ครั้งที่ 3 : จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ครอบคลุมกลุ่มจังหวัดภาคกลาง (นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี อยุธยา ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี กรุงเทพฯ) วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2555
- ครั้งที่ 4 : จัดขึ้นที่จังหวัดระยอง ครอบคลุมกลุ่มจังหวัดกลุ่มจังหวัดชายทะเลตะวันตก (เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สมุทรสงคราม สมุทรสาคร) และกลุ่มจังหวัดชายทะเลตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด) วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม 2555
- ครั้งที่ 5: จัดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุมกลุ่มจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล พังงา) และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง) วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม 2555
- ครั้งที่ 6 : จัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มจังหวัดภาคะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ศรีสะเกศ อุบลราชธานี สุรินทร์) วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2555
2.2 การรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลทั่วไปโดยใช้แบบสอบถามปลายเปิดและรวบรวมข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต


3. การประมวลข้อมูล ข้อมูลจากการจัดการประชุมกลุ่มเฉพาะและแบบสอบถามจะถูกนำมาประมวลเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวต้นแบบ ตลอดจนแนวทางการขยายผลและการพัฒนาตลาดอย่างเป็นรูปธรรม


ผลผลิตและผลลัพธ์
 

ที่

ตัวชี้วัด

เป้าหมาย

หน่วยนับ

 

ผลผลิต

1

ข้อมูลเรื่องราว (Story) ในรูปแบบแผ่นมัลติมีเดีย ซีดี/ดีวีดี พร้อมตัวอย่างผลิตภัณฑ์ต้นแบบของแต่ละกลุ่มพื้นที่

3,000

ชุด

2

มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจัดทำเรื่องราว (Story) จากการจัดประชุมระดมความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม (Focus group) การสื่อสารสองทางกับผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder) ในพื้นที่ศึกษา การตอบรับจากการประชาสัมพันธ์โครงการผ่านสื่อต่างๆ

5,000

ราย

3

มีผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Conceptual Design) ที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในแต่ละกลุ่มพื้นที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาธุรกิจ (Brand design) สร้างคุณค่า (Value Creation) และการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ (Marketing and Public relations)

9

ชิ้น

ผลลัพธ์

 

1

ผู้ประกอบการสามารถนำเรื่องราว (Story) และ ต้นร่างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จากแผ่น CD/DVD และการเข้าร่วมกิจกรรม ไปใช้ประโยชน์ไม่ต่ำกว่า

3,000

ราย

2

มีความแตกต่างของสินค้าที่มีเอกลักษณ์  อัตลักษณ์  และ ศักยภาพในแต่ละกลุ่มพื้นที่ที่จะนำไปใช้เป็นภาพลักษณ์ในการพัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่ในเชิงธุรกิจ หากมีการนำไปเพิ่มคุณค่าของการออกแบบต่อไป

9

กลุ่ม

3

ผู้ประกอบการใน 9 กลุ่มพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้นภายใน 5 ปี ไม่ต่ำกว่า (จากการประมาณการ)

100

ล้านบาท




By Plimun Web Design